โครงการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเทิดไท้คู่ขวัญองค์ราชันราชินี

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เริ่มทำการรักษาโดยการปลูกถ่ายไขกระดูกให้แก่ผู้ป่วยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 จวบจนถึงปัจจุบัน มีผู้ป่วยเด็กและผู้ใหญ่ที่ได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูกไปแล้วมากกว่า 500 ราย โดยใช้ไขกระดูกของตนเองและไขกระดูกจากบุคคลอื่น เช่น จากพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน จากบิดามารดา หรือจากผู้บริจาคซึ่งได้รับจากสภากาชาดไทยหรือจากต่างประเทศ เช่น ไต้หวัน เป็นต้น
 
ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 เป็นปีที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมายุครบ 6 รอบคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยศาสตราจารย์นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ คณบดีและประธานมูลนิธิรามาธิบดี ในขณะนั้น ได้มีดำริที่จะจัดตั้งโครงการที่รักษาผู้ป่วยยากไร้ซึ่งจำเป็นต้องรักษาแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยเฉพาะการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงและโรงพยาบาลทั่วไปไม่สามารถกระทำได้ เพราะต้องอาศัยความรู้ความสามารถที่ชำนาญเป็นพิเศษ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสดังกล่าว โดยผู้ป่วยเหล่านี้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อโครงการว่า “โครงการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบรมราชินีนาถ” โดยมีวัตถุประสงค์รับผู้ป่วยโรคทางโลหิตวิทยาต่างๆ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่จำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูก เพราะหากไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยเหล่านี้อาจเสียชีวิตทันทีหรือทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต ซึ่งเป้าหมายโครงการฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการปลูกถ่ายไขกระดูกเป็นจำนวน
79 ราย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
 
ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบรมราชินีนาถจำนวน 79 ราย โดยเป็นผู้ป่วยเด็ก 43 ราย ผู้ใหญ่ 36 ราย เป็นผู้ป่วยที่ได้รับไขกระดูกจากตนเองจำนวน 19 ราย จากคนอื่นจำนวน 60 ราย (จากพี่น้องพ่อแม่เดียวกันและมารดาจำนวน 59 รายและบุคคลอื่น เช่น ไต้หวันจำนวน 1 ราย) ซึ่งโรคที่ทำการรักษาโดยการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกจากโครงการนี้ได้แก่

1.มะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังและเฉียบพลันจำนวน 26 ราย
2.โลหิตจางธาลัสซีเมียจำนวน 21 ราย
3.ไขกระดูกฝ่อจำนวน 12ราย
4.มะเร็งต่อมน้ำเหลืองจำนวน 9 ราย
5.มะเร็งเนื้องอกชนิดต่างๆจำนวน 4 ราย
6.มะเร็งเม็ดเลือดชนิดมัลติเพิลมัยอิโลม่าจำนวน 5 ราย
7.โรคพันธุกรรมแต่กำเนิดต่างๆ จำนวน 2 ราย
 
โดยคนไข้ทั้งหมดนี้หายขาดจากโรคและรอดชีวิตเป็นจำนวน 65 ราย คิดเป็นร้อยละ 82 ซึ่งเทียบเท่ากับมาตรฐานการรักษาของสถาบันชั้นนำในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย ทั้งนี้ผู้ป่วยมีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 875,938 บาทต่อราย (233,539 บาท จนถึง 11,399,257 บาท) รวมเป็นจำนวนเงินค่าใช้จ่ายของโครงการนี้ทั้งสิ้น 86,046,945.75 บาท
แม้ว่าทางโครงการฯ ได้ช่วยเหลือผู้ป่วยไปแล้วจำนวน 79 ราย แต่ยังมีผู้ป่วยอีกเป็นจำนวนมากกว่า 100 ราย ที่ยังรอความช่วยเหลือ ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้มีผู้บริจาคไขกระดูกอยู่แล้ว พร้อมที่จะปลูกถ่ายไขกระดูกหากไม่ได้รับการรักษาแล้วอาจจะเสียชีวิตหรือทนทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต และทางโครงการปลูกถ่ายไขกระดูกฯ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมีความประสงค์ที่จะดำเนินการโครงการดังกล่าวต่อไป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ครบ 7 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 และในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงพระเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษาในวันที่ 12 สิงหาคม 2555 ในชื่อ “โครงการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเทิดไท้คู่ขวัญองค์ราชันราชินี” โดยจะดำเนินการปลูกถ่ายไขกระดูกให้กับผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก 100 ราย ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินประมาณ 100 ล้านบาท

 



บริจาค : http://give.ramafoundation.or.th/donations/projects

 

ติดต่อมูลนิธิ

มูลนิธิรามาธิบดีฯ Ramathibodi Foundation

เลขที่ 270 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
270 Rama VI Rd. Rajthevi District, Bangkok 10400.
Tel : 66(0)-2201-1111 Fax : 66(0)-2201-1481
Mail : info@ramafoundation.or.th

โอนเงินร่วมบริจาค ชื่อบัญชี มูลนิธิรามาธิบดี

ธ.ไทยพาณิชย์ สาขารามาธิบดี เลขที่ 026-3-05216-3
ธ.กรุงเทพ สาขาศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ เลขที่ 090-3-50015-5
ธ.กสิกรไทย สาขาศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ เลขที่ 879-2-00448-3
ธ.กรุงศรีอยุธยา สาขาสี่แยกสะพานกรุงธน เลขที่ 072-1-35991-0